Tag Archives: การพัฒนา สูตร ผลิตภัณฑ์

การพัฒนา สูตร ผลิตภัณฑ์

การพัฒนา สูตร ผลิตภัณฑ์

การพัฒนา สูตร ผลิตภัณฑ์

การพัฒนา สูตร ผลิตภัณฑ์ ทุกๆอย่างเมื่อมีจุดที่พุ่งขึ้นสูงสุด ก็ย่อมมีวันที่ตกลงมา สินค้าอาหารเสริมก็เช่นเดียวกัน ในตอนนี้ที่ผู้บริโภคจำนวนมากหันมานิยมกินอาหารเสริมกันมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องมาจากเทรนด์การรักสุขภาพที่เป็นกระแสในช่วงปีให้หลัง การพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ ทำให้อาหารเสริมแปลงเป็นตัวช่วยสำคัญในการดูแลสุขภาพและความสวยงามต่างๆด้วยเหตุก็เลยทำให้ตลาดอาหารเสริมขยายตัวตามความต้องการของผู้บริโภค จนมีความหลากหลายลายของแบรนด์อาหารเสริมและก็กำเนิดเป็นการแข่งขันกันในทางธุรกิจ

โดยแบรนด์อาหารเสริมต่างๆพากันทำทุกช่องทางที่ทำให้แบรนด์ของตัวเองนั้นอยู่รอด

เนื่องด้วยตลาดอาหารเสริมนั้นก็เปรียบเหมือนทะเลเดือดทีมีการแข่งขันชิงชัยกันอยู่ตลอดเวลา วันนี้แบรนด์ของคุณอาจยังมีชื่อเสี่ยง เป็นที่ต้องการของผู้ซื้อ แต่ว่าอีกเดือน การพัฒนา สูตร ผลิตภัณฑ์ หรือสองเดือนแบรนด์ของคุณอาจไม่มีใครนึกออกและก็ได้ เพราะมีแบรนด์ใหม่ๆโผล่ขึ้นมามากไม่น้อยเลยทีเดียวไม่เว้นวัน

หนำซ้ำยังมีแบรนด์เก่าๆหวานใจษามาตรฐานของผลิตภัณฑ์เอาไว้ก้าวหน้าอีก ถ้าหากแบรนด์ไม่แข็งพอเพียง อาจหลุดจากตลาดนี้ได้ง่ายๆ ด้วยเหตุนั้นหนึ่งสิ่งที่หลายแบรนด์นิยมทำกันเมื่อผลิตภัณฑ์ของแบรนด์เริ่มไม่เป็นที่น่าสนใจ หรือมีแบรนด์ใหม่ที่น่าดึงดูดกกว่าเข้ามานั่นก็คือ การพัฒนาสูตรอาหารเสริมอ

การพัฒนาสูตรอาหารเสริมนั้น

เป็นการปรับปรุงจากอาหารเสริมของแบรนด์ที่มีวางขายในท้องตลาดอยู่แล้ว เอามาปรับปรุงเป็นผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งการพัฒนาสูตรอาหารเสริมนั้นถือเป็นเรื่องที่ดีเลิศสำหรับธุรกิจ เหตุเพราะเป็นการต่อยอดของสินค้า และยังสามารถเป็นจุดแข็งของแบรนด์ รวมไปถึงการสร้างจุดขายที่ไม่เหมือนกันกับคู่แข่งได้ ทำให้สินค้าโดดเดนรวมทั้งน่าดึงดูดเพิ่มมากขึ้น

แต่ในทางกลับกันก็มีเจ้าของแบรนด์หลายแบรนด์ไม่กล้าที่จะปรับปรุงสูตรอาหารเสริม

ด้วยหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็น กลัวที่จะต้องใช้เวลานาน ต้นทุนที่สูงขึ้น หรือแม้กระทั้งกลัวว่าเมื่อผลิตออกมาแล้วจะขายไม่ดีเท่าผลิตภัณฑ์ตัวเก่า แต่ในขณะนี้แตกต่างจากในสมัยก่อนอีกต่อไปแล้ว ผู้ครอบครองแบรนด์สามารถทำการพัฒนาสูตรและผลิตอาหารเสริมออกมาขายโดยใช้เงินลงทุนต่ำ

สามารถปลดปล่อยสินค้าออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว แต่ว่าการพัฒนาสูตรอาหารเสริมให้มีประสิทธิภาพนั้นก็มีขั้นตอนอยู่ โดยทาง Kovic จะมาเปิดเผยขั้นตอนในการพัฒนาสูตรอาหารเสริม เพื่อเป็นแถวทางในการพัฒนาสูตร รวมทั้งทำผลิตอาหารเสริมออกอย่างมีคุณภาพ ซึ่งมีดังต่อไปนี้

1.เก็บและวิเคราะห์ข้อมูล (Generating)

ก่อนที่จะเริ่มสร้างสรรค์ รวมทั้งพัฒนาสูตรอาหารเสริมนั้น อย่างแรกที่ควรทำคือ การรวบรวมแล้วก็พินิจพิจารณาข้อมูล เนื่องจากจะทราบถึงความต้องการของคนซื้อ หรือข้อบกพร่องของสินค้าของแบรนด์ เพื่อปรับปรุงให้แปลงเป็นสินค้าที่ดีขึ้น โดยบางทีอาจทำวิเคราะห์ตามหลักของ SWOT กับไอเดียของสินค้าใหม่ รวมถึงข้อมูลที่มีของตัวสินค้า ข้อมูลทางการตลาด แนวโน้มและการเติบโตของตลาด

ข้อมูลของสินค้าคู่ปรปักษ์เพื่อกับความเสี่ยงในแต่ละแบบอย่างที่ทางแบรนด์ได้ทำการพินิจพิจารณาไว้ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดทั้งปวงนั้นสามารถเอามาพินิจพิจารณาเพื่อหาคุณลักษณะเด่น แล้วก็กำเนิดเป็นไอเดียในการพัฒนาสูตรอาหารเสริมให้สะดุดตากว่าแบรนด์ของคู่ปรับได้

2.การเลือกเฟ้นหรือคัดกรองไอเดีย (Screening The Idea)

เมื่อทำการสะสมและวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆแล้ว ผลที่ได้จากการวเคราะห์จะออกมาในลักษณะของ “ไอเดีย” ซึ่งไอเดียที่ออกมาอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีแค่เพียงไอเดียเดียว การพัฒนา สูตร ผลิตภัณฑ์ หรือหลายไอเดียก็ได้ตามความคิดแล้วก็การเสนอไอเดียของคนภายในกลุ่ม โดยเมื่อได้โยนไอเดียต่างๆออกมาแล้ว

สิ่งถัดไปก็คือการคัดเลือกกรองรวมทั้งคัดไอเดียที่มีความเด่น หรือสร้างความต่างจากผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ และของคู่แข่งโดยอาจจะพินิจพิจารณาจากแนวโน้มทางการตลาดว่าในขณะนี้อะไรเป็นสิ่งที่ตลาดอยากได้เป็นยังไง พัฒนาการการใหม่ๆในด้านการสร้าง ส่วนแบ่งทางการตลาด รวมทั้งรวมถึงสิ่งที่ผู้บริโภคมุ่งหวัง หรือควรจะได้รับจากผลิตภัณฑ์ของแบรนด์

3.การวิเคราะห์ธุรกิจ (Business Analytics)

ในการวิเคราะห์ธุรกิจของแบรนด์เพื่อพัฒนาสูตรอาหารเสริมนั้นคือ การรวบรวมข้อมูลทั้งปวง เพื่อใช้เพื่อสำหรับในการมองความคืบหน้าของงานนั้น รวมทั้งควรจะมีการบันทึกข้อมูลต่างๆเป็นต้นว่า ในช่วงเวลาที่ใช้ในแต่ละขั้นตอน เทียบกับในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อสำหรับเพื่อการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่ได้มีการปรับปรุงสูตรนั้นเป็นไปตามแพลนลานที่วางไว้

4.ทดสอบความรู้ความเข้าใจของตลาด (Beta / Marketability Tests)

ก่อนจะมีการนำผลิตภัณฑ์ที่ปรับปรุงสูตรแล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำออกไปวางจำหน่าย หรือปล่อยออกสู่ตลาด ทางแบรนด์จะต้องมีการทดสอบตลาดด้วยการปลดปล่อยสินค้าในลักษณะของสินค้าทดลอง หรือ Betas ออกมาก่อน รวมทั้งมีทีมที่จะกระทำการทดสอบ เพื่อทำเก็บข้อมูลของสินค้าอีกทั้งจุดเด่นรวมทั้งข้อเสีย เพื่อช่วยให้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทันก่อนปล่อยสินค้าออกสู่ตลาด วิธีก็เป็นการช่วยให้สินค้ามีชื่อเสียงอีกด้วย

5.กำหนดสเปคแล้วก็ข้อมูลทางด้านเทคนิคในการปรับปรุงแก้ไขสินค้า (Technicalities + Product Development)

ข้อมูลด้านเทคนิคต่าง ซึ่งรวมถึง Feedback ต่างๆจาก beta หรือตัวอย่างสินค้านั้นมีประโยชน์อย่างยิ่ง เนื่องจากสามารถส่งข้อมูลไปยังแผนกอื่นได้เพื่อแผนกผลิตได้วางแผนผลิต การตลาดได้วางแผนในการกระจัดกระจายสินค้าสู่ตลาด การพัฒนา สูตร ผลิตภัณฑ์ การคลังสามารถจัดงบสำหรับในการประชาสัมพันธ์สินค้า แผนกคุณภาพได้ทำเอกสารเกี่ยวกับประสิทธิภาพและแผนสำหรับการประกันประสิทธิภาพ รวมไปถึงแผนกการตลาดในการทำคอนเทนต์เกี่ยวกับสินค้าที่พัฒนาใหม่ได้อีกด้วย

รีวิวผลิตภัณฑ์หลังปล่อยสินค้าออกสู่ตลาด (Post Launch Review and Perfect Pricing)

ภายหลังปลดปล่อยสินค้าออกสู่ตลาดแล้วควรจะมีการ รีวิวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างสม่ำเสมอ (Review New Product Development Process) เพื่อติดตามผลแล้วก็ทำการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ รวมถึงการตั้งราคา เนื่องจากสินค้าใหม่บางตัวอาจจะจำต้องเปิดตัวด้วยราคาพิเศษ การพัฒนา สูตรผลิตภัณฑ์ สินค้าของแบรนด์ก็เลยต้องกระทำการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกรรมวิธีการส่งแล้วก็อื่นๆที่เกี่ยวโยง เพื่อจะให้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ยังคงเป็นที่เรียกร้องไปตลอดอายุของสินค้า

“สินค้าใหม่ (New product)” หมายถึง  ผลิตภัณฑ์ที่มีการพัฒนาขึ้นมาใหม่  หรือมีการปรับแต่งสินค้าเดิมของธุรกิจให้มีคุณสมบัติที่ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

“ผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product)” สามารถแบ่งลักษณะออกมาได้ 3 แบบ ยกตัวอย่างเช่น

1.ผลิตภัณฑ์สิ่งใหม่ (Innovated product) หมายถึง สินค้าใหม่ที่มีการวิจัยพัฒนา คิดประดิษฐ์ออกมาเป็นครั้งแรก รวมทั้งยังไม่มีมาก่อนในตลาด   ดังเช่นว่า iPhone  รุ่น 1 หรือ iPad รุ่น 1 ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ ซึ่งสินค้าในจำพวกนี้ พวกเราเรียกว่า “สิ่งใหม่”

2.ผลิตภัณฑ์แก้ไขใหม่ (Modified product) หมายถึง สินค้าเดิมที่มีการปรับปรุงคุณลักษณะในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ทำให้แปลงเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดอีกครั้ง เช่น  ไอโฟนรุ่น 2-6 ถือเป็นสินค้าใหม่ที่มี การปรับแต่ง ผลิตภัณฑ์เดิมของธุรกิจให้มีโภคทรัพย์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม เป็นต้น

3.ผลิตภัณฑ์เลียนแบบ ( Me-too product) คือ ผลิตภัณฑ์ใหม่ของธุรกิจซึ่งเอาอย่างสินค้าของคู่แข่งที่มีอยู่แล้วในตลาด เนื่องจากเห็นว่า มีเทคโนโลยีหรือมีความต้องการของตลาดเป็นอย่างยิ่ง เป็นต้นว่า ภายหลังที่มี smart phone ของค่ายลูกแอปเปิ้ลออกมา เราก็ได้เห็น smart phone อีกหลายค่ายที่ออกมาคล้ายกัน  ซึ่งในแง่ของผู้ผลิต การมีคู่ปรับ ทำให้จำต้องพัฒนาอยู่เสมอเวลา ถ้าเกิดอยู่นิ่งขณะใดคู่ปรับก็แซงหน้าไปแล้ว ในแง่ของผู้ซื้อ ก็เป็นเรื่องดีที่มีการพัฒนารวมทั้งช่องทางมากมายคะ

“ผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product)” ยังสามารถแบ่งตามลักษณะความใหม่ในตลาดรวมทั้งในด้านของบริษัท ได้ดังต่อไปนี้

1.สินค้าใหม่ของโลก ( New to the world)

คือ สินค้าใหม่ที่สร้างขึ้นมาใหม่เป็นครั้งแรก มีคุณลักษณะหรือลักษณะพิเศษ ไม่เหมือนผลิตภัณฑ์อะไรก็ตามที่มีมาก่อน  เพื่อสำหรับเข้าสู่ตลาดใหม่โดยเฉพาะ ตัวอย่างเช่น Smart phone  รถไฟฟ้าของเทสล่า

2.สินค้าใหม่ในทางของสายสินค้าใหม่  ( New product lines)

หมายถึง สายผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มากขึ้นใหม่ของบริษัท รวมทั้งเป็นการเข้าสู่ตลาดเดิมที่มีอยู่เป็นครั้งแรก ยกตัวอย่างเช่น “Starbucks” ซึ่งเป็นแบรนด์ใหญ่ระดับโลกมี   Core Business อย่างธุรกิจกาแฟที่มีฐานเข้มแข็งแล้ว  ในช่วงเวลานี้กำลังขยาย“ตลาดเครื่องดื่มชา” “Starbucks Teavana”   ออกมา ซึ่งเป็นสายสินค้าใหม่นอกจากไปจากกาแฟที่เป็นข้อดีของสตาร์บัคอยู่แล้ว ซึ่งคนเขียนไปดื่มมาแล้ว รสดีทีเดียว

3.การเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าไปในสายสินค้าเดิมที่มีอยู่ (Additions to existing product lines)

หมายถึง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพิ่มเข้าไปในสายสินค้าเดิมของบริษัท ซึ่งมีความใหม่พอควรสำหรับธุรกิจการค้าและตลาด  เช่น โยเกิร์ตดัชมิลล์ มีหลายแบบให้เลือก อาทิเช่น แบบเริ่มแรก รสสตอเบอร์ปรี่  รสวุ้นมะพร้าว ผลิตภัณฑ์เดิมยังเป็นโยเกิรต์อยู่ แต่เพิ่มแบบรวมทั้งรสใหม่ๆเป็นต้น

4.ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกิดขึ้นจากการลดเงินลงทุนการผลิต (Cost reductions)

หมายถึง ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ปรับปรุงแก้ไขขึ้นเพื่อลดต้นทุนการสร้าง

5.สินค้าใหม่ที่เกิดขึ้นมาจากการกำหนดตำแหน่งผลิตสินค้าขึ้นมาใหม่ ( Re positioning)

คือ สินค้าใหม่ที่เกิดจากการนำผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่เข้าสู่ตลาดจุดหมายใหม่

6.ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นมาจากการแก้ไขผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่ (Improvements in revision of existing product)

คือผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกิดจากการปรับปรุงสินค้าเดิมในเรื่องของลักษณะรวมทั้งคุณค่าของผลิตภัณฑ์ จะคล้ายกับผลิตภัณฑ์ปรับแต่งใหม่(Modified product)  ที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว การพัฒนา สูตร ผลิตภัณฑ์ ในเบื้องต้น ตัวอย่างเดียวกันเป็น  ไอโฟนรุ่น 2-6 ถือเป็นสินค้าใหม่ที่มี การปรับแก้

ผลิตภัณฑ์เดิมของธุรกิจให้มีทรัพย์สมบัติ ลักษณะ แล้วก็คุณประโยชน์ที่ดีมากยิ่งกว่าเดิม เป็นต้นเดี๋ยวนี้หลายๆท่านอาจเริ่มเห็นภาพแล้ว ว่าผลิตภัณฑ์ใหม่มีอะไรบ้าง ถ้าหากพวกเราจะเริ่มพัฒนาสินค้า โดยมาก หลายๆบริษัทจะเริ่มด้วย Copy and development

เป็นเพียงพอเห็นว่ามีผลิตภัณฑ์ไหนที่น่าจะทำตลาดได้ก็จะเริ่มกระทำตามแต่มีการพัฒนา ซึ่งพวกเราเรียกว่า ” ผลิตภัณฑ์เอาอย่าง ( Me-too product) ” แล้วปรับปรุงเพิ่มเติมให้มีคุณลักษณะเด่นของตนเป็น  “สินค้าแก้ไขใหม่ (Modified product) ”

ซึ่งก็เป็นการเริ่มที่ดี  เพราะเมื่อประธานเกื้อหนุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่โดยตลอดแล้ว ถัดไปบุคคลาแขนก็จะเริ่มมีการศึกษาค้นคว้าปรับปรุง (Research and development) และก็เปลี่ยนเป็น “สินค้าใหม่ (New Product)” และ “ผลิตภัณฑ์ของใหม่ (Innovation)” ท้ายที่สุด   แต่ว่าควรมีการผลักดันและส่งเสริมและก็สนับสนุนอย่างสม่ำเสมอ แล้วก็มีการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการคิดประดิษฐ์ การพัฒนาก็เลยจะเกิด สิ่งใหม่จึงจะได้ท้ายที่สุดจ้ะ

แนวทางการพัฒนาสินค้าใหม่ สามารถแบ่งออกเป็น 8 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้

1 การผลิตแนวคิดเกี่ยวกับสินค้าใหม่ (Idea Generation)

เป็นการค้นหา ความนึกคิดต่างๆที่เป็นได้รวมทั้งเห็นวิถีทางที่จะขายผลิตภัณฑ์นั้น

2 การประมาณรวมทั้งคัดเลือกแนวคิด (Idea Screening)

หลังจากได้แนวคิดเกี่ยวกับ สินค้าใหม่แล้ว ก็ควรมีการนำแนวคิดเหล่านั้น มาทำการประเมินถึงความ เป็นไปได้และเลือกเฟ้นแนวความคิดที่ดีและดีที่สุด มาทำการพัฒนารวมทั้งทดลองแนวความคิดต่อไป

ขั้นที่ 3 การพัฒนารวมทั้งทดลองแนวความคิด (Concept Development and Testing)

เมื่อได้แนวคิดที่ดีและยอดเยี่ยมจากขั้นตอนที่สองแล้ว ต่อไปก็เป็นการนำความคิดที่ผ่านการคัดสรรแล้ว มาพัฒนาให้มีความแจ่มชัดเยอะขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็นำไปทดสอบกับกลุ่มคนซื้อเป้าหมาย เพื่อวัดความรู้สึกและการยอมรับในสินค้าใหม่

4 การพัฒนากลยุทธ์การขาย (Marketing Strategy Development)

เป็นการพัฒนาเครื่องไม้เครื่องมือทางการตลาด เพื่อใช้เพื่อสำหรับในการชี้แนะผลิตภัณฑ์ใหม่ ไปสู่ตลาด ให้สามารถตอบโจทย์ในสิ่งที่ต้องการของตลาด

5 การวิเคราะห์ทางธุรกิจ

เป็นการตรวจตรายอดขาย ทุน และผลกำไร จากการวางเป้าหมายโครงการสำหรับสินค้าใหม่ เพื่อค้นหาปัจจัยที่สามารถสร้างความพอใจให้ตรงตามจุดหมายของบริษัท ซึ่งเป็นการราวๆความจำเป็นของตลาดหรือยอดจำหน่าย ประมาณการเงินลงทุนหรือกำไรที่จะเกิดจากแนวคิดสินค้าใหม่ว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือเปล่า หากผลสรุปที่ได้เป็นที่น่าพอใจ ประธานจะนำผลิตภัณฑ์นั้นเข้าสู่กรรมวิธีพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

6 การพัฒนาผลิตภัณฑ์(Product Development)

เป็นการนำแนวความคิดผลิตภัณฑ์ ใหม่ที่ผ่านการวิเคราะห์ทางธุรกิจมาวิจัยและพัฒนา โดยการสร้างสินค้าขึ้นมาจำลองแบบทั้งหมดทุกอย่าง เสมือนของจริง การพัฒนา สูตร ผลิตภัณฑ์ ในขั้นนี้จะใช้เงินทุนมากมายแล้วก็จึงควรตอบปัญหาเกี่ยวกับสินค้าว่าสามารถ เปลี่ยนแปลงสินค้าโดยใช้วิธีต่างๆได้หรือไม่ รวมทั้งลูกค้าจะยอมรับเท่าใดเพื่อทำให้สินค้าสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนซื้อได้

7 การทดสอบตลาด (Market Testing)

เป็นการนำสินค้าใหม่ที่พัฒนาแล้ว ไปทดสอบกับตลาดเป้าหมาย โดยผลิตภัณฑ์ที่นำไปทดลองจะต้องมียี่ห้อสินค้า มีการบรรจุหีบห่อ แล้วก็จัดกิจกรรมทางการตลาดสำหรับสินค้าดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นด้วย จุดหมายสำหรับการทดสอบตลาดคือ เพื่อศึกษาว่าผู้บริโภครวมทั้งวิถีทางจัดจำหน่ายมีปฏิกิริยาต่อการใช้ผลิตภัณฑ์เช่นไร เป็นการหาข้อเสียต่างๆเพื่อนำมาปรับปรุง ตลอดจนทำให้ทราบถึงขั้นของตลาดว่า หากสินค้าเป็นที่ยอมรับในกลุ่มผู้ใช้ที่ทดลองแล้วขนาดของตลาดจะมากมายน้อยเท่าใด

8 การดำเนินธุรกิจ (Commercialization)

เป็นการตัดสินใจนำสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดจริงหลังจากทดลองผลิตภัณฑ์ ซึ่งขั้นตอนนี้บริษัทจะใช้เงินลงทุนมากที่สุด เพราะต้องผลิตสินค้าสุดกำลัง และก็จำต้องตกลงใจเกี่ยวกับจำนวนการสร้างที่เหมาะสม

กลับสู่หน้าหลัก https://colormerad.net/