น้ำมันมะกอกลดน้ำหนัก

 

น้ำมันมะกอกลดน้ำหนัก ลดความอ้วน ใครๆก็ต้องอยากทำให้ได้อยู่แล้ว แต่ว่าวิธีที่จะทำให้เราสามารถลดความอ้วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจำเป็นต้องรู้เรื่องอาหารและโภชนาการด้วย ถึงจะทำให้เราลดความอ้วนได้อย่างได้ผล

วันนี้ GG Innovation เราได้เอาความรู้จากหนึ่งในส่วนผสมหลักของอาหารเสริมของเรา มาเล่าให้ฟังถึงประโยชน์ของสารสกัดตัวนี้ นั่นคือ “มะกอก” นั่นเอง

มะกอกเป็นน้ำมันธรรมชาติที่สกัดจากผลของต้นมะกอก น้ำมันมะกอก ลดน้ำหนัก โดยเฉพาะน้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์พิเศษ (Extra Virgin Olive Oil) โดยเชื่อว่ามีคุณสมบัติ และประสิทธิภาพสูงกว่าน้ำมันมะกอกทั่วไป เนื่องจากผ่านการสกัดที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด ไม่ใช้สารเคมี ไม่ใช้ความร้อน ทำให้น้ำมันมะกอก Extra Virgin Olive Oil คงคุณค่าและสารอาหารทางโภชนาการที่มีประโยชน์ไว้ได้มาก สารทางธรรมชาติในน้ำมันมะกอกอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย ได้แก่ กรดไขมันต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fat) กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fat) ที่จะช่วยลดระดับไขมันเลวในร่างกายลง ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคจากระดับไขมันในเลือดสูงเช่นโรคหัวใจ นอกจากนั้นในน้ำมันมะกอกมีสารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามิน อี ซึ่งมีประโยชน์ในการป้องกันโรคต่าง ๆ ได้

คุณค่าทางโภชนาการของน้ำมันมะกอก

กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) ให้ข้อมูลโภชนาการของน้ำมันมะกอกชนิดที่ใช้ปรุงสลัด ในปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ หรือราว ๆ 14 กรัม ดังนี้

ประโยชน์ของมะกอก

1. มีกรดไขมันดีหลายชนิด ช่วยไล่ไขมันเลว

น้ำมันมะกอกมีสัดส่วนของกรดไขมันดีอยู่หลายชนิดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated fatty acid) หรือที่เรียกอีกอย่างว่า กรดโอเลอิก (Oleic acid) ซึ่งเป็นไขมันชนิดดีต่อสุขภาพที่มีการศึกษาทางการแพทย์พบว่า มีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้ อีกทั้งยังช่วยลดภาวะการอักเสบต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับเซลล์ในร่างกาย

นอกจากนี้ในน้ำมันมะกอกก็ยังมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated fatty acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้เช่นกัน ที่สำคัญน้ำมันมะกอกยังมีสรรพคุณกระตุ้นระดับฮอร์โมนอะดิโพเนคติน (Adiponectin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่สำคัญในการกำจัดไขมันในร่างกาย ซึ่งเป็นการไล่ไขมันเลวออกไปจากร่างกายได้อีกแรง

2. อาจช่วยลดความอ้วนได้

การศึกษาหลาย ๆ ชิ้นเห็นตรงกันว่า การบริโภคน้ำมันมะกอกไม่มีผลต่อภาวะน้ำหนักขึ้น ทั้งยังอาจช่วยในการควบคุมน้ำหนักตัวได้ เพราะน้ำมันมะกอกอุดมไปด้วยไขมันชนิดดี และเป็นอาหารสำคัญในการลดน้ำหนักแบบเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean diet) ที่เน้นกินผักสด ผลไม้ ปลา น้ำมันมะกอก เนื้อไม่ติดมัน ธัญพืช และไวน์แดง อีกทั้งน้ำมันมะกอกยังมีส่วนกระตุ้นฮอร์โมนอะดิโพเนคติน (Adiponectin) ที่ช่วยกำจัดไขมันในร่างกายด้วย

3. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

จากสรรพคุณของน้ำมันมะกอกที่ช่วยลดระดับไขมันเลวในเลือดก็ส่งผลดีต่อสุขภาพหัวใจด้วยเช่นกัน และในน้ำมันมะกอกก็ยังมีวิตามินและโพลีฟีนอลต่าง ๆ เช่น วิตามินอี วิตามินเค และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีส่วนช่วยลดการติดเชื้อในร่างกาย ปรับความดันโลหิต บำรุงสุขภาพหัวใจให้ทำงานได้อย่างเป็นปกติ จึงลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

4. มีสารต้านการอักเสบที่สำคัญ ช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง

สารต้านการอักเสบที่สำคัญดังกล่าวมีชื่อว่า สารโอลีโอแคนทอล (Oleocanthal) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบได้ในน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้า เวอร์จิน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์บางคนประเมินว่า โอลีโอแคนทอลในน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษในปริมาณ 3.4 ช้อนโต๊ะ (50 มล.) จะมีผลคล้ายกันกับ 10% ของปริมาณไอบูโพรเฟนในผู้ใหญ่

สอดคล้องกับการศึกษาวิจัยอื่น ๆ ที่พบว่า กรดไขมันโอเลอิกในน้ำมันมะกอก มีสรรพคุณต้านการอักเสบที่สำคัญที่ช่วยยับยั้งยีนและโปรตีนชนิดที่กระตุ้นการอักเสบของร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังต่าง ๆ ได้มากมาย เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคอัลไซเมอร์ โรคข้ออักเสบ รวมไปถึงโรคอ้วน

5. ช่วยลดความเสี่ยงเส้นเลือดในสมองแตก ตีบ ตัน

สำหรับประโยชน์ของน้ำมันมะกอกด้านนี้ก็ถูกศึกษาวิจัยกันอย่างกว้างขวาง อย่างการศึกษาชิ้นหนึ่งที่ทดลองกับกลุ่มอาสาสมัครจำนวน 841,000 พบว่า น้ำมันมะกอกเป็นแหล่งของกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวชนิดเดียวที่มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงโรคเส้นเลือดในสมองแตก ตีบ ตัน (Stroke) ได้ และอีกการทดลองที่มีผู้เข้าร่วม 140,000 คน ก็พบว่าคนที่บริโภคน้ำมันมะกอกจะมีความเสี่ยงโรคสโตรกต่ำกว่ามาก เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่รับประทานน้ำมันมะกอกเลย

6. ช่วยต้านแบคทีเรีย

น้ำมันมะกอกมีสารอาหารดี ๆ ที่ช่วยยับยั้งและกำจัดเชื้อแบคทีเรียก่อโรคได้ โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (Helicobacter Pylori) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะอาหาร ที่ทำให้เกิดการอักเสบของกระเพาะอาหาร หรือโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร โดยนักวิจัยแนะนำว่า การรับประทานน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้า เวอร์จิน วันละ 30 กรัม ต่อเนื่องเป็นเวลา 2 สัปดาห์ขึ้นไป จะช่วยกำจัดความเสี่ยงการติดเชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร ได้ประมาณ 10-40%

7. ช่วยบำรุงความจำ

มีการศึกษาพบว่า เมนูอาหารที่มีน้ำมันมะกอกเป็นส่วนประกอบ อย่างการกินแบบเมดิเตอร์เรเนียน มีส่วนช่วยบำรุงประสาทและสมองในด้านการจดจำ การคิด การทำความเข้าใจ ทั้งยังอาจช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย

8. ช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้า

ผลการศึกษาในปี 2013 พบว่า สารประกอบในน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้า เวอร์จิน มีส่วนช่วยปกป้องระบบประสาท และมีประโยชน์ในการรักษาอาการซึมเศร้า รวมไปถึงโรควิตกกังวลต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีการวิจัยที่พบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารที่มีไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นไขมันตัวร้ายจากการกินอาหารฟาสต์ฟู้ด เบเกอรี่ จะมีความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าได้มากกว่าผู้ที่รับประทานน้ำมันมะกอกเป็นประจำ

9. ดีต่อสุขภาพตับ

กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (MUFA) บวกกับสารฟีนอลิกที่มีอยู่มากในน้ำมันมะกอก เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยป้องกันการอักเสบของเซลล์ ช่วยป้องกันภาวะเครียดออกซิเดชั่น (Oxidative stress) และยังป้องกันภาวะดื้ออินซูลิน รวมไปถึงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจทำลายตับของเราได้ ดังนั้นใครอยากมีสุขภาพตับที่ดีก็อย่าลืมกินน้ำมันมะกอกกันด้วยนะคะ

ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก มีส่วนช่วยในการ ลดความอ้วน

ผู้อ่านหลายคนอาจจะคิดว่า ผลิตภัณฑ์น้ำมันเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโรคอ้วนหรือน้ำหนักขึ้น แต่สำหรับน้ำมันมะกอกแล้ว หากใช้อย่างเหมาะสมสามารถลดความอ้วนลงได้จริง โดยจากงานวิจัยพบว่าผู้ที่บริโภคอาหารที่มีน้ำมันมะกอกร่วมกับการรับประทานอาหารไขมันต่ำ ออกกำลังกาย และพักผ่อนอย่างเพียงพอ สามารถทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้มากกว่าผู้ที่อดอาหารทั่วไป เนื่องจากน้ำมันมะกอกมีส่วนช่วยกระตุ้นสมองที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมไขมัน ทำให้ร่างกายไม่อยากรับไขมันเพิ่มจนทำให้เคยชินและสามารถลดน้ำหนักได้ดีกว่าการอดอาหารนั่นเอง

โดยมีการทดลองเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการช่วยลดน้ำหนักตัวระหว่าง การบริโภคอาหารไขมันต่ำตามมาตรฐานทั่วไป กับ การบริโภคอาหารที่มีน้ำมันมะกอกเป็นส่วนประกอบ ซึ่งทดลองในผู้ที่รอดชีวิตหลังป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมที่มีภาวะน้ำหนักเกินจำนวน 44 ราย หลังการทดลองกว่า 8 สัปดาห์ ผลลัพธ์ที่ได้คือ ผู้ที่บริโภคอาหารที่มีน้ำมันมะกอกเป็นส่วนประกอบมีน้ำหนักตัวที่ลดลงมากกว่าผู้ที่บริโภคอาหารไขมันต่ำตามมาตรฐานทั่วไป

แล้วน้ำมันมะกอก กินแล้วอ้วน หรือไม่ ???

เรามักคิดกันว่า อารหารที่ดีต่อสุขภาพด้านหนึ่ง ย่อมดีในทุกๆด้าน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกอย่างมีสองด้านเสมอ

องค์การอาหารและยาของสหรัฐแนะว่า การทานน้ำมันมะกอกวันละ 2 ช้อนชา ช่วยลดอัตราเสี่ยงโรคหัวใจได้ แต่ก่อนที่จะเทน้ำมันลงกะทะ รู้หรือไม่ว่าน้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา มีแคลลอรี่เท่ากับ 120 ซึ่งมากพอๆกับ ถั่วลิสง หรือ น้ำมันมะพร้าว ในปริมาณเท่ากัน เลยทีเดียว

ข้อควรระวัง และความปลอดภัยในการใช้น้ำมันมะกอก

แม้จะมีการพิสูจน์ถึงคุณประโยชน์ในบางด้านที่อาจเกิดขึ้นได้จากการใช้น้ำมันมะกอก แต่ผู้บริโภคควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับน้ำมันมะกอกและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ สำหรับน้ำมันมะกอกแม้ว่าจะมีประโยชน์หลายอย่างต่อร่างกาย แต่ก็อาจจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่างๆ ได้ หากนำมาใช้ในปริมาณที่มากจนเกินไป นอกจากนี้ สำหรับใครที่อยากจะนำน้ำมันมะกอกมาบำรุงผิว อาจจะต้องทดสอบอาการแพ้เสียก่อน และควรใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ

ผู้บริโภคที่ต้องการใช้น้ำมันมะกอกหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอกบำรุงสุขภาพในด้านต่าง ๆ ควรศึกษาข้อมูลของส่วนประกอบ ปริมาณการใช้งาน และวิธีการในการบริโภคให้ดีก่อนเสมอ หากมีข้อสงสัย ควรสอบถามและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการนำไปใช้หรือการบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่มีภาวะอาการป่วย ควรเข้ารับการรักษาตามขั้นตอนที่แพทย์กำหนด ไม่ควรใช้อาหารหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ รักษาอาการป่วยด้วยตนเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

ผู้บริโภคทั่วไป น้ำมันมะกอกสามารถรับประทานได้ และไม่ก่อให้เกิดอันตราย หากบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมโดยสามารถรับประทานน้ำมันมะกอกได้ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ (28 กรัม)  ซึ่งเป็นปริมาณ 14% ของแคลอรีทั้งหมดในแต่ละวัน และสูงสุดที่ 1 ลิตร/สัปดาห์

ผู้ที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ ผู้ที่ตั้งครรภ์และกำลังให้นมบุตร ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัด

สนใจสั่งสินค้าได้ที่นี่

colormerad.net

 

My Review

Review Form...

Reviews

Loading Reviews...